“ค ว า ม ก ตั ญ ญู” เป็นคุณธรรมที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสิ่งที่ดี ที่ทุกคนควรจะปฏิบัติ หากใครที่มีความ ก ตั ญ ญู จะเป็นการสร้างบุญที่ยิ่งใหญ่ จะทำอะไรก็ประสบความสำเร็จ มีความเจริญก้าวหน้า เป็นแรงดึงดูด โชค ลาภความร่ำรวย ที่สำคัญมากแรงหนึ่ง ความกตัญญูนี้มีคุณค่าและมีพลังแห่งบุญมากมาย ยิ่งได้กระทำถูกคนก็จะยิ่งมีพลังมหาศาล..

ก่อนจะอธิบายว่าเป็นเพราะอะไร ลองคิดดูซิว่าใครรักเรามากที่สุดไม่ว่าเราจะเป็นอย่างไรใครที่คอยเป็นห่วงเรามากที่สุด นี่คือความรักที่แท้จริงยั่งยืน

สุดจะเปรียบได้เมื่อบุตรผู้กตัญญูได้ดูแลเลี้ยงดูปรนิบัติ ด้วยใจบริสุทธิ์ แล้วใยเล่าจะไม่ได้พรอันประเสริฐจากพ่อแม่ที่เราได้ปรนนิบัติซึ่งพรนั้นจะส่งออกมาจากจิตและใจที่บริสุทธิ์ 100% พลังแห่งบุญก็เลยหลายเท่าทวีคูณ

ได้เห็นทั้งชาตินี้และชาติหน้าด้วย ผมก็ได้ดีมีวันนี้ก็เพราะการปรนิบัตรแม่นี่แหละกตัญญูเป็นเครื่องหมายของคนดีและเทวดาครับเรื่องที่ไม่ดี ก็จะกลายเป็นดี เวลาอยู่ในภาวะขับขันแต่จะมีเรื่องบังเอิญทำให้คลาดแคล้วสิ่งที่เรามองไม่เห็น ไม่ใช่ว่ามันจะไม่มีจริง

แต่ขอให้ทำด้วยใจนะ พระพุทธเจ้าท่านทรงเปรียบว่าบิดามารดาเปรียบเสมือนพระอรหันต์ของบุตรเพราะฉะนั้นการได้ดูแลพระอรหันต์ก็บุญมหาศาลอยู่แล้ว

แต่ระวังถ้าทำตรงกันข้ามก็คือ อ ก ตั ญ ญู ผล ก ร ร ม ก็จะหนักมากเช่นกัน จิตของพ่อแม่ที่มีต่อลูก เหมือนจิตพระอรหันต์นั้นแหละ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบก เขาแบบไร้เงื่อนไข ทำบุญกับพ่อแม่จึงเหมือนทำบุญกับพระอรหันต์ มีแต่เจริญรุ่งเรือง

จริงๆ แล้ว คนเหล่านี้ไม่ได้เทวดาคอยปกป้องคุ้มครอง หรือ มีสิ่งที่มองไม่เห็นคอยช่วยเหลืออะไรหรอก หากคิดตามหลักแบบมีเหตุมีผลแล้ว คนที่เป็นคนกตัญญูโดยนิสัย มักจะเป็นคนที่มีพื้นฐานจิตใจที่ดี มีความเป็นห่วงเป็นใยผู้อื่น หรือ เป็นคนที่ชอบตอบแทนบุญคุณ จึงทำให้เป็นที่รักสำหรับคนรอบข้าง

นิสัยพื้นฐานเหล่านี้ทำให้คนกตัญญู กลายเป็นคนที่ คิดดี พูดดี ทำดี และ ในที่สุดผลบุญก็จะดึงดูดสิ่งดีๆ เข้ามาหาตัว ดึงดูดคนดีๆ เข้ามาหาตัว คนที่ศีลเสมอกันก็จะเข้ากันได้ คนที่กตัญญูรู้คุณเหมือนกันก็จะเข้ามาหาเรา คนที่ไม่รู้จักคุณคนก็จะค่อยๆ ห่างหายออกไปจากชีวิต

ทำให้คนรอบตัวมีแต่คนดีๆ ที่ศีลเสมอกัน ชีวิตมีแต่สิ่งดีๆ ได้คู่ครองสมฐานะ เปลี่ยนงานก็ได้งานกับบริษัทใหญ่โบนัสเพียบ เพื่อนฝูงเจ้านายก็เอ็นดู คอยช่วยเหลือทุกอย่าง จำไว้ว่าไม่ว่ากับใคร… หากกตัญญูรู้คุณมักจะเจริญก้าวหน้าทุกคน

พระพุทธองค์เคยตรัสว่า ลูกที่มีความกตัญญู

อยากจะตอบแทนพระคุณพ่อแม่ให้ถึงที่สุด ต่อให้นำพ่อและแม่มาประดิษฐานอยู่บนบ่าซ้ายและบ่าขวาปรนนิบัติท่านทั้งสองอยู่บนบ่าของตนให้มีความสุขเต็มเปี่ยมในทางโลกที่ท่านพอใจ อยู่บนบ่าของตนจนวันหนึ่งท่านทั้งสองนั้น ล่วงไปตามอายุสัง ข า ร อย่างสงบ แต่การปรนนิบัติมารดาบิดาถึงเพียงนั้น ก็นับว่าเป็นการแสดงความกตัญญูอย่างธรรมดาเท่านั้นเอง

ส่วนลูกคนใดก็ตาม นอกจากปรนนิบัติมารดาบิดาอย่างที่กล่าวมาข้างต้นตามปกติแล้ว ยังได้นำพ่อแม่ดำเนินเข้า สู่เส้นทางธ ร ร ม ด้วยการนำท่านให้ ส ม า ท า น ประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา หรือ ทาน ศีล ภาวนา จนพ่อแม่มีธรรมกำกับชีวิต ลูกคนไหนทำได้อย่างนี้ นี่คือ ที่สุดแห่งความ ก ตั ญ ญู ลูกคนใดทำได้ชาตินี้มีแต่ความเจริญ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here